โครงการ Better Reykjavik: โลกหมุนกลับที่เรคยาวิก ประเทศไอซ์แลนด์

ที่มา https://www.ibuar.is/2014/04/08/citizens-foundation-main-projects/

วิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นกับประเทศไอซ์แลนด์ในปี 2008 คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ต่อระบบประชาธิปไตยในเมืองหลวงของประเทศอย่างเรคยาวิก ไอซ์แลนด์เกิดการลุกฮือและประท้วงครั้งใหญ่ เรียกว่า “Pots and Pans Revolution” จนนำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วยวิธี Crowdsourcing เป็นครั้งแรกในโลก ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจ คือ ประชาชนทุกคนมีส่วนร่วมในรัฐธรรมนูญนี้ตั้งแต่แรกเริ่ม นับว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ร่างโดยประชาชนเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

Better Reykjavik คือเว็บไซต์ที่เปิดให้ชาวเมืองเรคยาวิกนำเสนอไอเดียในการพัฒนาเมือง สามารถโหวตให้คะแนน และแสดงความคิดเห็นต่อไอเดียที่ผู้อื่นเสนอได้ โดยไอเดียที่ได้รับการโหวตสูงสุดในแต่ละเดือน จะได้ผ่านเข้าสู่กระบวนการพิจารณาและนำไปพัฒนาให้เกิดขึ้นจริง โรเบิร์ต บียาร์นาสัน (Robert Bjarnason) หนึ่งในสองผู้ก่อตั้ง Better Reykjavik ให้สัมภาษณ์ว่า “ระบบประชาธิปไตยของรัฐบาลจำเป็นต้องมีการคิดและปรับปรุงเสียใหม่ แทนที่จะให้ประชาชนเลือกตั้งทุกๆ 4 ปี เราสามารถใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ตในการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงและมีส่วนในการกำหนดนโยบายต่างๆ ของเมืองและประเทศได้มากกว่านั้น”

“No more a regulator, here’s a facilitator” โครงการ Better Reykjavik เป็น open platform ที่เชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐเข้ากับพลเมืองในด้านการปรับปรุงความเชื่อมั่นและการออกแบบนโยบาย โดยได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน กล่าวคือ มูลนิธิพลเมือง และสภาเมืองเรคยาวิก ซึ่งมีหลักการทำงานที่สำคัญ คือ การกำหนดวาระการจัดทำงบประมาณแบบมีส่วนร่วมและการกำหนดนโยบาย สำหรับแก้ปัญหาที่เร่งด่วน จำเป็นและสำคัญที่ท้าทายต่อเมือง อีกทั้งยังมี function ของประชาธิปไตย ที่สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ (1) การกำหนดวาระประชุม (2) การตรวจสอบและพิจารณางบประมาณแบบมีส่วนร่วม และ (3)  นโยบาย crowdsourcing ซึ่งประกอบไปด้วยนวัตกรรมระบบการอภิปรายออนไลน์ การพิจารณาข้อมูลประเภทมัลติมีเดีย และการใช้ AI ที่ซับซ้อนเพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้งาน

ไม่ว่าจะเป็นเพราะโชคช่วยหรือเหตุผลใดก็ตามที่ทำให้ Better Reykjavik ประสบความสำเร็จ แต่การเมืองในเรคยาวิคได้เปลี่ยนไปแล้วอย่างสิ้นเชิง เพราะรัฐไม่ใช่ผู้กำหนดทิศทางของการพัฒนาเมืองแต่เพียงผู้เดียวอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นชาวเมืองต่างหากที่มีส่วนช่วยควบคุมมันด้วยตัวเอง

ไม่เพียงแต่อำนาจในการเสนอแนวทางเพื่อเปลี่ยนเมือง ชาวเรคยาวิกยังสามารถตัดสินใจว่าจะใช้จ่ายงบประมาณในแต่ละปีได้อย่างไรบ้าง My Neighborhood คือแคมเปญย่อยภายใต้ Better Reykjavik ที่ให้อำนาจนั้นกับพวกเขา โดย 6% ของงบประมาณในแต่ละปี หรือประมาณ 3.5 ล้านยูโร จะถูกแบ่งมาให้ประชาชนตัดสินว่าจะใช้เงินจำนวนนี้อย่างไรเพื่อพัฒนาทั้ง 10 เขตของเมืองผ่านกระบวนการนำเสนอไอเดียและโหวตตามปกติ ภายในช่วงเวลา 7 ปีนับตั้งแต่เริ่มแคมเปญนี้ในปี 2011 มีการใช้งบประมาณไปแล้วกว่า 25 ล้านยูโร สำหรับกว่า 600 ไอเดียที่ได้รับอนุมัติ

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับเมืองเรคยาวิก สร้างความตื่นตัวให้กับทั้งรัฐและประชาชนในระบอบประชาธิปไตยทั่วโลก และอาจกลายเป็นแนวโน้มใหม่ของความเป็นประชาธิปไตยในศตวรรษที่ 21 Citizens Foundation ทีมงานผู้อยู่เบื้องหลัง Better Reykjavik สร้างเว็บไซต์อีกแห่งที่มีชื่อว่า Your Priorities (yrpri.org) เพื่อเป็นแพลตฟอร์มแบบเดียวกันให้กับประชาชนในประเทศอื่นๆ ปัจจุบันมีหลายประเทศที่เห็นความสำคัญและรับนำไปใช้ เช่น เอสโตเนีย ออสเตรเลีย สก็อตแลนด์ นอร์เวย์ มอลตา เป็นต้น

ที่มา https://web.tcdc.or.th/en/Articles/Detail/Better-Reykjavik และสโรชา ราชวงศ์.(2558). Literature Review on Observatory of Public Sector Innovation: OPSI.