7 ช่องทางการหาข้อมูล Insight เพื่อสร้างไอเดียใหม่

ปัจจุบันหลาย ๆ องค์กรเริ่มตื่นตัวในการสร้าง Innovation มาขึ้น ทำให้องค์กรเริ่มผลักดันให้การสร้างไอเดียนวัตกรรมเป็นเรื่องที่ทุกส่วนงานต้องเข้ามามีส่วนร่วม
ตั้งแต่พนักงานขายที่ต้องออกไปเจอลูกค้า เจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตที่อยู่ในโรงงานทุกวัน หรือแม้กระทั่งแผนก IT Support ที่คอยดูแลจัดการในส่วนของหลังบ้าน ก็ต้องช่วยกันค้นหาไอเดียใหม่ ๆ เพื่อสร้างความแตกต่างใหักับองค์กร

แต่จะค้นหาไอเดียใหม่ ๆ ได้ ก็ต้องใช้ข้อมูลเชิงลึก (Insight) จากกลุ่มเป้าหมายเพื่อมาเป็นวัตถุดิบชั้นยอดในการสร้างไอเดีย แต่การได้มาซึ่งข้อมูลเชิงลึกจะมีช่องทางไหนบ้างที่ทำให้ได้มา วันนี้เรามีคำตอบครับ

 

1. ความผิดปกติ (Anomalies)

โดยปกติเรามักจะมองค่ามาตรฐาน (ค่าเฉลี่ยของคนส่วนใหญ่) ว่าเป็นโอกาสในการสร้างนวัตกรรม แล้วก็มักจะสร้างสรรค์ไอเดียเพื่อตอบสนองคนส่วนใหญ่นี้ แต่ถ้ามองในมุมกลับกัน ลองมองข้อมูลที่อาจจะดูผิดปกติ แล้วหา insight จากข้อมูลนั้น เราอาจจะได้ไอเดียดี ๆ กลับมาก็ได้

2. จุดบรรจบกัน (Confluence)

การมองไปที่แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของโลก (Macro Trends) เป็นเรื่องปกติที่จะใช้ในการหาไอเดียใหม่ ๆ แต่ถ้าลองมองในมุมที่นำเอาสองเทรนด์มาบรรจบกัน เช่น เทรนด์ผู้สูงอายุมาบรรจบกับเทรนด์ดิจิทัล ก็จะเห็นสินค้าดิจิทัลแบบใหม่ ๆ ที่ตอบสนองกลุ่มคนผู้สูงอายุที่กำลังเพิ่มมากขึ้น เป็นต้น

3. ข้อบกพร่อง (Frustrations)

ระบุข้อบกพร่องของผลิตภัณฑ์ / บริการ / โซลูชั่น ทั้งของเราหรือของคู่แข่ง เพราะจุดบกพร่องเหล่านี้ก่อให้เกิด Pain points ต่อกลุ่มเป้าหมาย แล้วจงสร้างสรรค์ไอเดียเพื่อปิดจุดบกพร่องนี้ให้หายไปจากระบบ

4. ความเชื่อดั้งเดิม (Orthodoxies)

การดูจากความเชื่อดั้งเดิมนี้ไม่ได้หมายความว่าให้ทำตามความเชื่อเดิมนะ แต่ให้ฉีกความเชื่อเดิมทิ้งต่างหาก ลองมองดูว่าสิ่งที่เราทำอยู่อย่างเดิม ๆ ไม่ล้าหลังแค่ไหน มันตกยุคตกสมัยแค่ไหน แล้วลองมองหาความเชื่ออื่นที่แตกต่างดู ตัวอย่างความเชื่อดั้งเดิมที่ถูกทำลายลงอย่างราบคาบคือ การทำธุรกรรมการเงิน ถ้าธนาคารไม่ทำลายความเชื่อเดิม ๆ ที่เชื่อกันว่าต้องไปทำธุรกรรมทางการเงินที่ธนาคาร ตอนนี้เราคงไม่มี Mobile Banking ใช้แน่นอน

5. ความที่สุด (Extremities)

เราสามารถใช้ประโยชน์จากความเป็นที่สุดของทั้งลูกค้า พนักงาน คู่ค้า ฯลฯ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของไอเดียได้ เราอาจจะต้องทำการศึกษาพฤติกรรมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเหล่านี้ ทั้งในกลุ่มที่พึงพอใจเราที่สุด และในกลุ่มที่ไม่ชอบเราอย่างที่สุดด้วยเช่นกัน

6. การลงไปที่บริบทจริง (Voyages)

การลงไปในบริบทจริง เพื่อคลุกคลีกับกลุ่มเป้าหมาย จะทำให้เรามองเห็นพฤติกรรมบางอย่างที่เราไม่สามารถจินตนาการขึ้นมาได้บนโต๊ะทำงาน การเห็นพฤติกรรมเหล่านี้นำไปสู่ความเข้าใจ มองเห็นถึงปัจจัยต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดพฤติกรรมนั้น และนำไปสู่ไอเดียที่นำมาตอบสนองต่อปัจจัยเหล่านั้นได้

7. เปรียบเทียบกับอุตสาหกรรมอื่น (Anologies)

ช่องทางสุดท้ายเป็นการมองไปที่อุตสาหกรรมอื่นที่อาจจะใกล้เคียงกับของเรา หรืออาจจะแตกต่างไปเลยก็ได้ เพื่อมองหาไอเดียใหม่ ๆ แล้วหยิบยืมมาปรับเปลี่ยนให้เข้ากับอุตสาหกรรมของเรา เป็นการไอเดียนวัตกรรมแบบต่อยอด เพื่อสร้างวิธีการทำงานใหม่ ๆ หรือคุณค่าใหม่ ๆ ให้กับอุตสาหกรรมเดิม ตัวอย่างคลาสสิคคงหนีไม่พ้น ไอเดียระบบการผลิตรถยนต์ของฟอร์ด ที่เฮนรี่ ฟอร์ดได้ไอเดียการผลิตนี้มาจากโรงเชือดสัตว์ จนต่อยอดเป็นระบบผลิตรถยนต์ (Assembly line) ที่ใช้กันมาจนถึงทุกวันนี้

ที่มา : https://www.facebook.com/minddojo