Disruption Task Force ประเทศเดนมาร์ก

ที่มา: https://apolitical.co/solution_article/how-denmark-lost-its-mindlab-the-inside-story/

MindLab ได้วิเคราะห์ว่าโครงสร้างภาครัฐทั่วไปมักจะมีปัจจัยที่แรงต้านของการเปลี่ยนแปลง ดังนี้ คือ (1) มีดีเอ็นเอที่ต่อต้านนวัตกรรม  (2) ทำงานแบบแยกส่วนตามความเชี่ยวชาญ ขาดการประสานเชื่อมโยงเปรียบเสมือน การแสดงดนตรีออร์เคสตราที่ไม่มีวาทยากร และ (3) ทุ่มเททรัพยากรประมาณร้อยละ 80 ไปที่การเข้าใจปัญหาในอดีตและบริหารจัดการสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน จึงทำให้เหลือทรัพยากรเพียงแค่ร้อยละ 20 เท่านั้นสำหรับการสำรวจทิศทางในอนาคตเพื่อการออกแบบนโยบายและบริการสาธารณะให้ดีกว่าเดิม จากปัญหาดังกล่าวข้างต้น MindLab จึงมุ่งเน้นการระดมทรัพยากรไปใช้เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างด้วยการผลักดันให้มีการประยุกต์ใช้หลักการออกแบบ Design Principles ในกระบวนการตัดสินใจของภาครัฐและการนำนโยบายไปปฏิบัติ อีกทั้งยังกระจายความร่วมมือไปยังภาคส่วนต่างๆเพื่อให้เกิดความยั่งยืนอย่างแท้จริง โดยการขยายขอบเขตการทำงานภายใต้ 3 กระทรวง คือ กระทรวงส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรม (Ministry of  Industry, Business and Financial Affairs) กระทรวงแรงงาน (Ministry of Employment) และกระทรวงศึกษาธิการ (Ministry of Education) รวมทั้ง การร่วมมือกับหน่วยงานการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อที่จะบรรลุวัตถุประสงค์ข้างต้น MindLab ได้พัฒนาและปรับเปลี่ยนโครงสร้างโดยร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ ในภาครัฐโดยเน้นการออกแบบที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง (Human-Centred Design) การฟังอย่างลึกซึ้ง และการเรียนรู้จากผู้ใช้บริการ ด้วยเทคนิคและวิธีการต่างๆ เช่น การสัมภาษณ์ผู้ใช้บริการ การประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) การเก็บบันทึกประจำวันด้วยการเขียนหรือถ่ายรูปด้วยตัวผู้ใช้บริการเอง รวมทั้งการวิจัยเชิงชาติพันธุ์วรรณนา (Ethnographic Studies) โดยให้บุคลากรของ MindLab ลงพื้นที่สำรวจพฤติกรรมผู้ใช้บริการในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง ข้อมูลที่ได้รับจากวิธีการต่างๆข้างต้น จะถูกนำมารวบรวมกลับไปยังกระทรวงต่างๆ แล้วนำมาใช้เพื่อเป็นการสร้างต้นแบบที่มีศักยภาพในการแก้ไขปัญหา

ในเดือนพฤษภาคม 2561 MindLab ได้เปลี่ยนเป็น Disruption Taskforce ถือเป็นการดำเนินการอีกขั้นหนึ่งที่มีการนำเทคโนโลยีดิจทัลมาใช้ในการดำเนินนโยบายภาครัฐอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีเป้าหมายของการเป็น e-government ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในโลก และเป็นผู้นำในการใช้เทคโนโลยี รวมไปถึงการใช้กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานอย่างเหมาะสม ซึ่ง Disruption Taskforce อยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงธุรกิจของเดนมาร์ก ซึ่งมุ่งเน้นการดำเนินงานที่มีความคล่องตัว และสามารถปรับให้เข้ากับเทคโนโลยีและโมเดลทางธุรกิจใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา โดย Digital Disruption ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากเทคโนโลยีดิจิทัลที่ส่งผลให้เกิดธุรกิจรูปแบบใหม่ขึ้นมา ผ่านการใช้เทคโนโลยีแบบ real-time รวมถึงการใช้เทคโนโลยีในการสื่อสาร เทคโนโลยี Cloud, Big Data, Ai เป็นต้น