Seoul Innovation Bureau ประเทศเกาหลีใต้

ด้วยวิสัยทัศน์ที่จะพลิกโฉมกรุงโซลให้กลายเป็นมหานครแห่งการแบ่งปันขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation-Led sharing city) นายกเทศมนตรี Park Won-Soon จึงได้จัดตั้ง Seoul Innovation Bureau ขึ้นในปี พ.ศ. 2556 ด้วยแนวคิดที่ว่า ประชาชนคือผู้นำความเปลี่ยนแปลง ดังนั้นผู้ให้กำเนิดนวัตกรรม Seoul Innovation Bureau จึงมุ่งสร้างแพลตฟอร์มทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการออกแบบนโยบายและบริการสาธารณะ รวมทั้งร่วมตัดสินใจการจัดสรรทรัพยากรของกรุงโซล

Seoul Innovation Bureau เป็นสำนักนวัตกรรมแห่งกรุงโซลที่ขึ้นตรงต่อนายกเทศมนตรีโดย ประกอบไปด้วยทีมงานหลักจำนวน 58 คน หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อน คือการมองว่าประชาชนเปรียบเสมือนตัวเร่งให้เกิดการสร้างนวัตกรรมชั้นเลิศ ไม่ว่าจะเป็นการระบุปัญหา ชี้แจงประเด็นหรือสร้างแนวทางการแก้ไขปัญหา ในขณะที่ ทีมงานมีบทบาทเพียงแค่เป็นผู้รวบรวมและกลั่นกรองจากข้อมูลที่ได้รับจากประชาชนเหล่านี้มาสร้างนโยบายสนับสนุน

การสร้างกรุงโซลให้เป็นเมืองแห่งการแบ่งปันหรือ The Sharing City แห่งแรกของโลก โดยรัฐบาลเป็นหลักในสนับสนุนให้ประชาชนแบ่งปันทรัพยากร เช่น ที่อยู่อาศัย หนังสือ ที่จอดรถ หรือแม้แต่เสื้อผ้า ด้วยการสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยน แบ่งปัน ทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ขึ้นมา ซึ่งประกอบไปด้วยโครงการย่อย ดังนี้

  1. การสร้างศูนย์เครื่องมือ (Tool Kit Centres) เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยในชุมชนละแวกนั้นสามารถยืมของที่ไม่ได้ใช้เป็นประจำ เช่น กระเป๋าเดินทาง และเครื่องมือต่างๆ โดยรัฐบาลให้เงินอุดหนุนแก่ชุมชนเพื่อให้ประชาชนได้สร้างและจัดการกันเอง
  2. การแชร์บ้านระหว่างผู้สูงอายุที่มีพื้นที่ว่างกับนักเรียนที่ต้องการที่อยู่อาศัย โดยนักเรียนจะช่วยทำงานบ้านหรือให้การช่วยเหลืออื่นๆเป็นการตอบแทน
  3. โครงการแชร์หนังสือ โดยสร้างห้องสมุดเล็กๆในห้องชุดอพาร์ทเมนท์สำหรับการแลกเปลี่ยนกันระหว่างเพื่อนบ้าน
  4. โครงการ Open Closet ที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อให้ผู้ไปสมัครงานยืมชุดในการใส่ไปสัมภาษณ์ พร้อมทั้งมีตัวเลือกเพิ่มเติมในการให้คำแนะนำแก่ผู้สมัครงาน

ผลกระทบของ Sharing City กระจายไปทั่วโลกด้วยการเป็นเจ้าภาพในการจัด The Global Social Economy Forum เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ของประเทศต่างๆซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 30 ประเทศ ผลจากการได้รับการสนับสนุนของภาครัฐก็ช่วยให้เกิดนวัตกรรมทางสังคมอย่างเต็มที่ ส่งผลให้ธนาคารกว่า 20 แห่งในประเทศเกาหลีใต้ได้ร่วมทุนกันเพื่อก่อตั้งองค์กรเพื่อการบ่มเพาะธุรกิจเกิดใหม่ในปี พ.ศ. 2555 เรียกว่า Dream Bank พร้อมกับสร้าง Co-Working Space ที่มีชื่อว่า D.Camp ขนาดพื้นที่ 1,650 ตารางเมตร และให้กลุ่มสตาร์ตอัพได้ใช้พื้นที่ออฟฟิศฟรีอย่างน้อย 3 เดือน พร้อมกับมีเครือข่ายและโอกาสทางการศึกษาเพื่อสร้างธุรกิจแบ่งปันในสังคม นอกจากนั้นยังมีการสร้างพื้นที่ออนไลน์เพื่อช่วยในการสื่อสารติดต่อกับนักลงทุนได้อีกด้วย ต่อเนื่องจาก Sharing City รัฐบาลยังได้สร้าง Smart Environment ด้วยการติดตั้งสัญญาณ WiFi เพิ่มเติมอีก 2,000 แห่ง ในสวนสาธารณะ ตลาดและสำนักงานของภาครัฐ รวมทั้งแจกจ่ายอุปกรณ์สมาร์ทโฟน มือสองให้แก่ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้มีรายได้น้อยเพื่อช่วยเหลือด้านการติดต่อสื่อสารอีกด้วย